เมื่อเราคิดที่จะลงทุนลงแรงกับสิ่งใดแล้วนั้น…เรื่องของผลลัพธ์หรือผลตอบแทนย่อมเป็นสิ่งที่คำนึงถึงอยู่เป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอนครับ เช่นเดียวกันกับเรื่องของการ “การเปิด-ปิดออเดอร์บน MT5 WebTrader” หากขาดความรู้และการวางแผน จะก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งต้นทุนและกำไรทั้งหมดได้ครับ บทความนี้จึงอยากพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “การเปิด-ปิดออเดอร์บน MT5 WebTrader อย่างถูกวิธี” ครับ จะเป็นอย่างไรและต้องทำแบบไหนบ้างนั้น…เราไปชมกันเลย
หลักการเปิด-ปิดออเดอร์บน MT5 WebTrader อย่างถูกวิธี
- วางแผนการเทรด (Trading Plan)
- กลยุทธ์: คุณจะเข้าและออกตลาดด้วยเงื่อนไขอะไร? ใช้ตัวบ่งชี้ใดในการยืนยัน?
- เป้าหมายกำไร (Take Profit – TP): ต้องการทำกำไรที่ราคาเท่าไหร่?
- จำกัดการขาดทุน (Stop Loss – SL): ยอมรับการขาดทุนได้สูงสุดที่ราคาเท่าไหร่? (สำคัญที่สุด!)
- ขนาดล็อต (Lot Size): จะเปิดออเดอร์ด้วยปริมาณเท่าไหร่ให้เหมาะสมกับขนาดบัญชีและความเสี่ยงที่รับได้? (ควรคำนวณก่อนเสมอ)
- วิเคราะห์ตลาด: ใช้เครื่องมือวิเคราะห์กราฟ, ข่าวสาร, หรือปัจจัยพื้นฐาน เพื่อตัดสินใจทิศทางและจุดเข้าที่เหมาะสม
- ความเข้าใจในตราสาร: แต่ละคู่เงิน, สินค้าโภคภัณฑ์, หรือหุ้น มีพฤติกรรมและความผันผวนต่างกัน ควรทำความเข้าใจสินทรัพย์ที่คุณจะเทรด
- ตรวจสอบ Spread และ Swap:
- Spread: ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Ask) กับราคาขาย (Bid) เป็นต้นทุนในการเทรด ยิ่งแคบยิ่งดี
- Swap: ดอกเบี้ยข้ามคืนสำหรับการถือสถานะข้ามคืน (อาจเป็นบวกหรือลบ ขึ้นอยู่กับคู่เงินและทิศทาง)
- การจัดการความเสี่ยง (Risk Management): นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของการเทรด ไม่ควรเปิดออเดอร์ด้วยขนาดที่ใหญ่เกินไปจนกระทบต่อเงินทุนทั้งหมดหากผิดทาง
ขั้นตอนการเปิดออเดอร์บน MT5 WebTrader
MT5 WebTrader มีหลายวิธีในการเปิดออเดอร์ วิธีที่นิยมที่สุดคือ “New Order” (คำสั่งใหม่)
1. วิธีที่ 1: เปิดจากหน้าต่าง “New Order” (นิยมที่สุด)
- 1.1 คลิกขวาบนกราฟ: คลิกขวาที่กราฟของคู่เงิน/สินทรัพย์ที่คุณต้องการเทรด แล้วเลือก “New Order”
- 1.2 หรือกดปุ่ม F9: บนคีย์บอร์ด
- 1.3 หรือคลิก “New Order” บนแถบเครื่องมือ: (ไอคอนรูปบวกสีเขียว)
- 1.4 หรือดับเบิลคลิกที่ตราสารในหน้าต่าง “Market Watch”: (หน้าต่างแสดงราคาซื้อ/ขายทางซ้ายมือ)
เมื่อเปิดหน้าต่าง “New Order” ขึ้นมา ให้กรอกข้อมูลดังนี้:
- Symbol (สัญลักษณ์): ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นคู่เงิน/สินทรัพย์ที่คุณต้องการเทรด (หากเปิดจากกราฟจะถูกเลือกให้โดยอัตโนมัติ)
- Type (ประเภท):
- Market Execution (ดำเนินการตามราคาตลาด): เปิดออเดอร์ทันทีที่ราคาตลาดปัจจุบัน (นิยมใช้)
- Pending Order (คำสั่งที่รอดำเนินการ): ตั้งออเดอร์ล่วงหน้าให้เปิดเมื่อราคาถึงระดับที่คุณกำหนดไว้ (เช่น Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop, Sell Stop)
- Volume (ปริมาณ): ระบุขนาดล็อตที่คุณต้องการเทรด นี่คือจุดที่สำคัญมากในการจัดการความเสี่ยง หากเป็นมือใหม่ ควรเริ่มต้นด้วยล็อตที่เล็กที่สุด (เช่น 0.01)
- Stop Loss (SL – หยุดการขาดทุน): กำหนดระดับราคาที่คุณต้องการปิดออเดอร์โดยอัตโนมัติหากราคาเคลื่อนที่ตรงข้ามกับทิศทางที่คุณคาดการณ์ไว้ เพื่อจำกัดการขาดทุนให้ไม่เกินกว่าที่คุณรับได้ (แนะนำให้ตั้งทุกครั้ง)
- Take Profit (TP – ทำกำไร): กำหนดระดับราคาที่คุณต้องการปิดออเดอร์โดยอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่คุณคาดการณ์ไว้ เพื่อรักษากำไรที่ต้องการ
- Comment (ความคิดเห็น): ใส่บันทึกช่วยจำสำหรับออเดอร์นี้ (ไม่บังคับ)
- Deviation (ความคลาดเคลื่อน): สำหรับ Market Execution เป็นการระบุว่าคุณยอมรับการคลาดเคลื่อนของราคาได้เท่าไหร่ หากราคาปัจจุบันเปลี่ยนไปเกินกว่าค่าที่กำหนด คำสั่งจะถูกปฏิเสธ (มักปล่อยเป็นค่าเริ่มต้น)
สำหรับ Market Execution:
- ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้ถูกต้อง
- คลิก “Sell by Market” (ขาย) หรือ “Buy by Market” (ซื้อ) เพื่อเปิดออเดอร์ทันที
สำหรับ Pending Order:
- เลือก “Type” เป็น “Pending Order”
- เลือกประเภทของ Pending Order ที่ต้องการ (Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop, Sell Stop, Buy Stop Limit, Sell Stop Limit)
- At Price (ที่ราคา): กำหนดระดับราคาที่คุณต้องการให้คำสั่งถูกเปิด
- Expiration (หมดอายุ): กำหนดเวลาที่คำสั่ง Pending Order จะหมดอายุหากราคายังไม่ถึงระดับที่กำหนด (ไม่บังคับ)
- ตั้ง SL และ TP เหมือนเดิม
- คลิก “Place” (วาง)
2. วิธีที่ 2: One-Click Trading (การเทรดแบบคลิกเดียว)
เป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าเทรดอย่างรวดเร็ว โดยไม่ผ่านหน้าต่างยืนยัน
- เปิดใช้งาน: คลิกขวาที่กราฟ แล้วเลือก “One-Click Trading”
- คุณจะเห็นกล่องเล็กๆ แสดงราคา Bid/Ask พร้อมปุ่ม Sell/Buy บนมุมซ้ายบนของกราฟ
- ตั้ง Volume: ก่อนคลิก ให้ตรวจสอบและตั้งค่า Volume (ปริมาณ) ที่ต้องการ
- คลิก Sell/Buy: เมื่อตั้งค่า Volume แล้ว คุณสามารถคลิก “Sell” หรือ “Buy” ได้ทันทีเพื่อเปิดออเดอร์ (ระวัง: ไม่มีการยืนยัน)
- ข้อควรระวัง: การเทรดแบบ One-Click ไม่สามารถตั้ง SL/TP ได้ทันที ต้องไปตั้งค่าภายหลังในแท็บ “Trade” (การซื้อขาย)
ขั้นตอนการปิดออเดอร์บน MT5 WebTrader:
เมื่อคุณมีออเดอร์ที่เปิดอยู่ คุณจะเห็นรายการในแท็บ “Trade” (การซื้อขาย) ที่อยู่ด้านล่างของแพลตฟอร์ม
1. ปิดออเดอร์ด้วยตนเอง:
- 1.1 คลิกขวาที่ออเดอร์: ในแท็บ “Trade” ค้นหาออเดอร์ที่คุณต้องการปิด คลิกขวาที่ออเดอร์นั้น
- 1.2 เลือก “Close Order”: จะมีหน้าต่างยืนยันการปิดออเดอร์ขึ้นมา (คล้ายหน้าต่าง New Order)
- 1.3 คลิก “Close by Market”: เพื่อยืนยันการปิดออเดอร์ที่ราคาตลาดปัจจุบัน
2. ปิดออเดอร์อัตโนมัติด้วย Stop Loss (SL) หรือ Take Profit (TP):
นี่คือวิธีที่แนะนำและสำคัญที่สุดในการจัดการความเสี่ยงและรักษากำไร
- หากคุณตั้งค่า SL หรือ TP ไว้ตั้งแต่ตอนเปิดออเดอร์ หรือเพิ่มเข้ามาในภายหลัง ระบบ MT5 จะปิดออเดอร์ให้คุณโดยอัตโนมัติเมื่อราคาถึงระดับที่กำหนด
3. ปิดออเดอร์บางส่วน (Partial Close):
คุณสามารถปิดออเดอร์เพียงบางส่วนของปริมาณทั้งหมดได้
- 3.1 คลิกขวาที่ออเดอร์ ในแท็บ “Trade” เลือก “Close Order”
- 3.2 ในหน้าต่างยืนยันการปิดออเดอร์: ในช่อง “Volume” ให้แก้ไขปริมาณเป็นจำนวนที่คุณต้องการปิด (ต้องน้อยกว่าปริมาณที่เปิดอยู่)
- 3.3 คลิก “Close by Market”: ส่วนที่เหลือของออเดอร์จะยังคงเปิดอยู่ด้วยปริมาณที่ลดลง
4. การปรับเปลี่ยน Stop Loss (SL) และ Take Profit (TP):
คุณสามารถปรับเปลี่ยนระดับ SL และ TP ได้ตลอดเวลาที่ออเดอร์ยังเปิดอยู่
- 4.1 วิธีที่ 1: ลากเส้นบนกราฟ: หากคุณเห็นเส้น SL และ TP บนกราฟ (มักจะเป็นเส้นปะสีแดงสำหรับ SL และเส้นปะสีเขียวสำหรับ TP) คุณสามารถคลิกเมาส์ค้างไว้ที่เส้นนั้นแล้วลากไปที่ระดับราคาใหม่ที่ต้องการ
- 4.2 วิธีที่ 2: Modify Order:
- คลิกขวาที่ออเดอร์ในแท็บ “Trade”
- เลือก “Modify or Delete Order” (แก้ไขหรือลบคำสั่ง)
- ในหน้าต่างที่ปรากฏขึ้น ให้แก้ไขค่า SL และ TP ตามที่ต้องการ
- คลิก “Modify” เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง
และนี้ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับ “การเปิด-ปิดออเดอร์บน MT5 WebTrader อย่างถูกวิธี” ที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านกัน คิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลที่ดีและช่วยให้ทำได้อย่างถูกต้องที่สุดครับ
